"BaD Guy -คน(ใจ)ร้าย ทำไงดี??"

ไม่อนุญาตให้อ่นไดอารี่

<< ++So Far So GooD++++รู้สึกดีจัง++ >>

Posted on Tue 26 Feb 2008 16:37

 

 
  
 






++ไททั่นไปเนอสเซอรี่วันแรก++
++สานน์รักจากใจ++
ครอบครัว ชีวิตส่วนตัว ความรัก
++คำพูด คำจาของไททั่น++
++รักฉันเรียกว่าเธอ++
++วันวานยังหวานอยู่(ฉบับแอ๊บ)++
++ บ้านสิริออนซี ระยอง++
++Someone LiKe YoU++
++ ครอบครัวของเรา ++
++ไททั่นกับน้องชายตัวน้อย++
++ขอซักวัน++
++สงกรานต์ที่บ้านเรา++
++Fight-Fight For TiTan++
++LeaVE Messages++
++ของขวัญของไททั่น++
++Titan 3-Pre Birthday Party ++
++TiTaN-3 Years HaPpY BirthDaY++
++Titan Guy & Girls Gang++
++รู้สึกดีจัง++
"BaD Guy -คน(ใจ)ร้าย ทำไงดี??"
++So Far So GooD++
++สวนรถไฟในวันตรุษจีน++
++เวลาที่หายไป++
++TiTan....Miss u so much++
++WeLCoMEBack++
++ไททั่นไปเที่ยว++
++ 1st Trip TiTaN 'n TraiNs ++
++มีเธอ++
++พัฒนาการไททั่น -เลิกแพมเพิสตอนนอน++
++ไททั่นเที่ยวตลาดสามชุก-บึงฉวาก++
++หาดเจ้าหลาวทริป++
++บ้านตุ่ม-หาดเจ้าหลาว(อีกครั้ง)++
++ไททั่น-เบบี๋++
++บาดแผล++
++เวลาของพ่อ++
++พรีเซนเตอร์++
++เรื่องของเด็ก++
++Mom Tag-คุมแม่และไททั่น++
++ทำดีเพื่อพ่อ++



Comments

ตามต่อมาเมนท์ในหน้านี้

ปล. เมนท์ในไดหน้าที่แล้วด้วยนะจ้ะ เผื่อไม่ได้ไปอ่าน

ในความคิดของพี่ วูกแรก ถ้าเจอ เมนท์ สวะ ๆ แบบนี้ ก็คงโกรธเป็นแน่

เพราะตามธรรมดาของคนเป็นแม่ ใครมาแตะลูกตรู ยอมไม่ได้

ถามตัวเองว่า ถ้าเป็นตัวเอง จะทำไงดี ใจก็คงอยากโต้ตอบ กัดไอ้ มัน บ้า ให้จมเขี้ยวไปเลย

แต่ มัน เป็นใครฟ่ะ แค่จรไปมาในโลกไซเบอร์ (หยุดและฉุกคิด) แต่ ปากพล่อย และสุนัขไปหน่อย มาวิจารณ์คนอื่นง่าย ๆ แต่ก็อย่างว่า ใน Hi5 มันก็มั่ว ๆ ไปหน่อย (ความเห็นส่วนตัว) ความคิด มัน คงไม่ได้ติดเบรค แถมอมสุนัขเอาไว้ ก็เลยออกมาเยี่ยงนี้

หลังจากฉุกคิด ก็คงต้องฝากข้อความเจ็บ ๆ คัน ๆ ให้มันทิ่มหัวใจเล่น แน่นอน

และหลังจากนั้น ก็คง กรวดน้ำ คว่ำขัน ไม่สน เพราะในโลกใบนี้ มีทั้ง คนดี และคนเลว

ถ้าเอาใจเราไปผูกติดกับสิ่งเลว ใจเราก็ขุ่นมัว แล้วทำไมต้องทำให้ใจตัวเองขุ่นมัว เพราะคนไร้สาระ

สุดท้าย ก็คง พยายามลืม ๆ ไปให้ออกไปจากสาระบบชีวิต ไม่สนใจ ไม่ยึดติด ไม่คิดถึง ไม่ใฝ่หา ทุก ๆ อย่าง ต่างก็มีธรรมชาติโดยตัวมันเอง

และ มัน ผู้นั้น ก็คงรู้ได้ หากยังมีสติสัมปชัญญะ ระลึกรู้การกระทำของตัวเอง ว่าได้ก่อให้เกิดเรื่องใส่ตัวโดยแท้ ถึงได้ ซวยเข้าตัว เยี่ยงนั้นแหละ
พี่แอร์   
Wed 27 Feb 2008 23:11 [7]

ยังคาใจ สงสัยเรื่องตำนานกรีก และชื่อ ไททั่น

เลยแวะไปเก็บมาฝากพี่จูน(จากวิกีพีเดีย)

จะได้สบายใจนะคะ
ว่า มีตั้งหลายความหมาย
ขนาดเขียนเหมือนกันเดี๊ยะเชี๊ยะ

มองให้เป็นเรื่องดี ย่อมดีเสมอ

In Greek mythology, the Titans (Greek: &#932;&#8145;&#964;&#940;&#957; T&#299;t&#257;&#769;n; plural: &#932;&#8145;&#964;&#8118;&#957;&#949;&#962; T&#299;t&acirc;nes) were a race of powerful deities that ruled during the legendary Golden Age. Their role as Elder Gods that were overthrown by a present race of younger gods, the Olympians, was a Greek borrowing from the Ancient Near East.[1]

There were twelve Titans[2] from their first literary appearance, in Hesiod, Theogony; pseudo-Apollodorus, in Bibliotheke, adds a thirteenth Titan Dione, a double of Theia (a.k.a. Medusa). The six male Titans are known as the Titanes, and the females as the Titanides ("Titanesses"). The Titans were associated with various primal concepts, some of which are simply extrapolated from their names: ocean and fruitful earth, sun and moon, memory and natural law. The twelve first-generation Titans were ruled by the youngest, Cronus, who overthrew their father, Uranus ('Sky'), at the urgings of their mother, Gaia ('Earth').

The Titans later gave birth to other Titans, notably the children of Hyperion (Helios, Eos, and Selene), the daughters of Coeus (Leto and Asteria), and the sons of Iapetus — Prometheus, Epimetheus, Atlas, and Menoetius; all of these descendants in the second generation are also known as "Titans".

The Titans preceded the Twelve Olympians, who, led by Zeus, eventually overthrew them in the Titanomachy ('War of the Titans'). The Titans were then imprisoned in Tartarus, the deepest part of the underworld, with a few exceptions.

ส่วนอีกอัน

Titan (pronounced /&#712;ta&#618;t&#601;n/ TYE-t&#601;n, or as Greek: &#932;&#8145;&#964;&#940;&#957;) or Saturn VI is the largest moon of Saturn, the only moon known to have a dense atmosphere,[6] and the only object other than Earth for which clear evidence of stable bodies of surface liquid has been found.[7]

Titan is the twentieth most distant moon of Saturn and sixth farthest among those large enough to assume a spheroid shape. Frequently described as a satellite with planet-like characteristics, Titan has a diameter roughly 50% larger than Earth's moon and is 80% more massive. It is the second-largest moon in the Solar System, after Jupiter's moon Ganymede, and it is larger by diameter than the smallest planet, Mercury (although only half as massive). Titan was the first known moon of Saturn, discovered in 1655 by the Dutch astronomer Christiaan Huygens.[8]

Titan is primarily composed of water ice and rocky material. The dense atmosphere prevented understanding of Titan's surface until new information accumulated with the arrival of the Cassini–Huygens mission in 2004, including the discovery of liquid hydrocarbon lakes in the satellite's polar regions. These are the only large, stable bodies of surface liquid known to exist anywhere other than Earth. The surface is geologically young; although mountains and several possible cryovolcanoes have been discovered, it is relatively smooth and few impact craters have been discovered.

The atmosphere of Titan is largely composed of nitrogen and its climate includes methane and ethane clouds. The climate—including wind and rain—creates surface features that are similar to those on Earth, such as sand dunes and shorelines, and, like Earth, is dominated by seasonal weather patterns. With its liquids (both surface and subsurface) and robust nitrogen atmosphere, Titan is viewed as analogous to the early Earth, although at a much lower temperature. The satellite has thus been cited as a possible host for microbial extraterrestrial life or, at least, as a prebiotic environment rich in complex organic chemistry. Researchers have suggested a possible underground liquid ocean might serve as a biotic environment.[9][10
มีนา   
Wed 27 Feb 2008 8:32 [6]

อยากรู้ว่าเกี่ยวไรกะมานด้วยอ่า
เค้าจะตั้งว่าไง

ไม่รู้ว่าไปหนักอวัยวะหรือร่างกายท่อน
ไหนของมานเนอะ เบื่อหน่ายกะคนพันธุ์นี้จังคิดได้แต่ในสิ่งไม่ดี

จะชื่ออะไรชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้อะดีอยู่แล้วขวัญคิดงี้นะ เด็กอะจะเป็นไงไม่เกี่ยวกะชื่อเลย

แล้วมานอะชื่อไรอะเจ้ชื่อมานดีมะ
?แต่ทำไมสันดานไม่ดีอะ ยุ่งเรื่องชาวบ้านบ้าตำนานอะไรไม่รู้ให้กลับไปตั้งชื่อลูกมานเหอะ ให้มานตั้งชื่อลูกมานให้ดีเผื่อจะได้เป็นคนดี กลับมาสั่งสอนพ่อมาน
อาขวัญ   
Tue 26 Feb 2008 21:26 [5]

อู้ยยยยย พี่จูน

อ่านแล้ว"คัน" ยิกๆ ขึ้นมาตะหงิดๆด้วยคน อิอิ

อดเม้นท์ไม่ได้จริงๆ ขอหน่อยเหอะ

1. ที่พี่ตอบเม้นท์"มัน(เน่าซะด้วย)" ไปเนี่ย เราก้อว่า สุภาพ และดีที่สุดแล้วสำหรับเม้นท์ "ม้นๆ"แบบนั้นนะ

2. ส่วนนี้ ความเห็นของเราต่อสิ่งที่"มัน"บอก

ไอ้ที่ "มัน" บอกว่า

".....อะไรที่รู้แล้วไม่บอก อันนี้ผมก็ว่าไม่เหมาะสม
แต่ในเมื่อบอกแล้วไม่พอใจ ผมก็ยอมรับความซวยที่หวังดีเอง "

เลยทำให้เราต้องกลับไปอ่านไอ้ที่ "มัน" บอกไว้ตอนแรกว่า

".....(คิดไงตั้งชื่อลูกว่าไตตั้น.. แซวเล่นนะจ้ะ)"

เนี่ยๆๆๆ

อ่านแล้วอึ้งว่า

สันดานเนอะคนเรา

พอเค้าจับได้ว่า"มัน"เป็นใคร

พอเค้าตอบโต้บ้าง

"มัน" ก้อแถกกกกแอบแบบสีข้างถลอกจนเห็นซี่โครง อ้างความหวังดีแบบข้างๆคูๆ

อันนี้ มันฟังไม่ขึ้นน่ะ

แถวบ้านเราเค้าเรียก (ไม่ได้)หวังดี แต่(แอบ)ประสงค์ร้ายมากกว่า

ถ้าตามมาแอบอ่านอยู่นะถามจริงเหอะคุณ"มัน"
ว่าถ้าหวังดีกับใครจริงๆ
คุณ"มัน" จะใช้วาจากับผู้ที่คุณคิดว่าหวังดีด้วยแบบเนี้ยเหรอ

งี้ วันดีคืนดี

อิชั้นเกิดจะหวังดีกับแม่คุณ พ่อคุณ โครตเหง้าตระกูล คุณ"มัน" ด้วยการใช้วาจาเยี่ยงนี้บ้าง

เช่น สมมุตนะคะ สมมุต ว่า พ่อคุณ"มัน" เกิดตั้งชื่อคุณ "มัน" ว่า
"น้องมันฝรั่ง" ขึ้นมาจริงๆ
แล้วอิชั้นดั๊นหวังดีแอบประสงค์ร้ายแบบเนี้ยไปทักพ่อออคุณ"มัน" ว่า

....ความโกรธเกลียด เคียดแค้นเค้าเปรียบไว้ว่าเหมือนมันฝรั่ง
เก็บมันไว้กับตัว เป็นภาระหอบหิ้วไว้ นานวันก็จะมีแต่เน่าเสีย
สู้ทิ้งมันไปซะ ไม่ต้องแบกให้หนัก
แถมไม่ต้องทนได้กลิ่นเน่าๆของมันอีก

พ่อคุณ"มัน" เอาสมองส่วนไหนคิดชื่อลูกเนี่ย ถึงได้ตั้งชื่อลูกว่า "มัน" แบบเนี้ย

ฉันใดก้อฉันนั้น
สิ่งที่คุณ"มัน" ได้ทำและอ้างความ"หวังดี" เพื่อให้สิ่งที่คุณ"มัน"ทำมีความชอบธรรม

ถ้าโดนกับตัวเองบ้างจะรู้สึกอย่างไร

อันนี้เป็นประเด็นเรื่องการใช้คำพูดที่ไม่รุ้จักคำว่า "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" นะคะ

อีกประเด็น

กลับมาที่เรื่องของ"ชื่อ"
อันเป็นต้นตอ ที่คุณ"มัน" เอาสาระของมันมาเป็นต้นตอเรียกร้องความชอบธรรมว่าคุณนั้นแสนหวังดี

ตัวอักษรไม่กี่ตัว
แค่อ่านออกเสียงด้วยคนละภาษา
(เนื่องจากไม่มีสัญลักษณ์โฟเนติคซิมโบลมากำกับนะคะ)
ก็ไม่เหมือนกันแล้ว

(คุณมันอ่านว่า ...ไตตั้น...
แม่จูนของเราเรียกว่า...น้องไททั่น..
อันว่าตัวทีในภาษาอังกฤษนั้น ใช้ได้ทั้ง ท และ ต ทั้งนี้ เสียงในภาษาเดิมใช้เสียงใดเป็นหลัก ก็จะมีสัญลักษณ์โฟเนติคที่ว่านี้กำกับมาด้วย)

หรือต่อให้เหมือนนะ

ชื่อมันก็แค่"สิ่งสมมุต" ไม่ใช่หรือ

...ไตตั้น....ที่แสนเลวร้ายในตำนานฝรั่งที่คุณ"มัน" ว่ามานั้น
มันก็ต่างกรรมต่างวาระกับ...ไททั่น...ที่นี่

จำเป็นหรือที่เราจะตัดสิน"ตัวตน"ของผู้ใดผู้หนึ่ง จากแค่ "ชื่อ" สิ่งสมมุติที่มนุษย์ตัวกระจิดริดอย่างพวกเราช่วยกันอุปโลกขึ้นมา

อีกประเด็นที่น่าเป็นห่วงมากๆเลยคือ

ไอ้ที่คุณ"มัน"เค้าบอกว่า....

ถ้าอ่านแล้วเข้าใจเจตนาก็ดี ไม่เข้าใจก็ดี ขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยครับ.....

คือ เห็น(อ้างว่า)เป็นอจ. มีลูกศิษย์ลูกหามาปรึกษา

ไม่ดีเลย

ถ้าจะใช้คำ"ขอโทษ" สักแต่ว่าเป็นใบผ่านทางในการเป็น "ผู้หวังดี"
อ่านแล้วรู้สึกว่ามันมีแต่ "รูปแบบ"
แต่สาระของเนื้อหาใจความที่ตอบนั้น
ไม่ได้มีนัยยะของความรู้สำนึกผิดในสิ่งที่ได้ทำร้ายทำลายความรู้สึกของคนอื่นเลย

ใช้แต่"คำ"เป็นเครื่องมือ
อันตรายที่บรรดาลูกศิษย์มีอาจารย์แบบนี้นะ

3. ตอบคำถามพี่จูนที่ว่า...รู้สึกอย่างไร....

ในฐานะ คนเป็นแม่เหมือนกัน

เราคิดว่า เรารู้สึกไม่ต่างจากที่พี่รู้สึกแน่นอน

และรู้สึกอีกอย่างว่า

ความเคารพในสิทธิและความรู้สึกของบุคคลอื่น

ความเคารพในความศักดิ์สิทธิของคำว่า"ใจเขาใจเรา"

สำคัญต่อสังคมที่บุคคลเช่นคุณ"มัน"อยู่อีกมาก ขนาดไหน


เรื่องที่บันทึกไว้วันนี้

ไม่ได้ทำให้ไดฯแปดเปื้อนแต่อย่างใด

อย่างที่พี่บอกแหละ

สังคมมีความหลากหลาย
และมนุษย์เป็นสัตว์สังคม

ลูกของเรา ลูกของพี่ ลูกของใครต่อใคร

คงไม่อาจหลีกเลี่ยงบุคคลเช่นคุณ"มัน" นี้ไปได้
หรือแม้แต่ ยังไม่อาจหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเติบโตขึ้นเป็นคุณ"มัน" น้อยๆอีกมาก

อ่านแล้วเตือนใจ

ให้ระลึกว่า

เมื่อทุกๆคนร่วมกันทำดี สังคมก็จะดี

เราต้องช่วยกัน
ไม่เลี้ยงลูกให้โตขึ้นเป็น"มัน" แบบนี้นะคะ

(ป.ล.ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวคุณ"มัน"

มั่นใจว่าคุณ"มัน" ต้องมีเรื่องดีๆ ข้อดีๆอื่นๆอยู่อีกมาก
แต่อย่างน้อย การทำอะไรแบบไม่คิดถึงใจเขาใจเราแบบนี้
ถือได้ว่า พ่อแม่คุณ"มัน" ล้มเหลวในระดับนึง ในปณิธานที่พ่อแม่ทุกคนหวังให้ลูกเป็นคนดีในสังคมค่ะ)


สุดท้าย....สิ่งใดๆที่เกิดขึ้น และกระทบใจเรา

ก่อนที่เราจะบอกว่า...ช่างมัน....
การได้คิด วิเคราะห์ ไตร่ตรอง ถึงเหตุและผล ของสิ่งนั้น

ทำให้"มัน" ที่เน่าๆและควรทิ้งไป
มีประโยชน์อยู่ได้บ้าง
มีนา   
Tue 26 Feb 2008 19:31 [4]

อืมมม

อันนี้ต้องคุยยาวฟร่ะ

มันอยู่ที่มุมมอง

ก็แค่อีกหนึ่งความไม่สะดวกสะบายของหัวใจ

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

ที่มา กับที่ไป ของสิ่งเดียวกัน ย่อมไม่เหมือนกัน

คนเกิดมาจากท้องแม่ คนเดียวกัน ยังต่างกันได้เลย

จะเอาอะไรกับสัตว์โลกล่ะน้องรัก

...................
ป = ปูมนพรีม   
Tue 26 Feb 2008 17:27 [3]

ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยนะคะ

จริงๆ แล้ว จะพูดว่าไงดีหละ โดยปกติ คนที่มีมารยาทอ่ะนะ เค้าก็ไม่บอกไม่แสดงความคิดเห็นหรอก ยิ่งเป็นคนไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า อยู่ๆ ไปว่า ลูกเค้าชื่อไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ มันไม่ไช่เรื่องที่ควรทำอ่ะคะ ตามความคิดแล้ว สมมุติว่าไปเจอใคร ชื่อไม่ดี แม้ว่าจะเป็นเพื่อนก็จะไม่บอก ยกเว้นเป็นเพื่อนที่สนิทกันม๊ากมากแบบว่าคุยกันได้ทุกเรื่องก็อาจจะทักบ้าง แต่เท่าที่ดูแล้วเหมือนคุณคนนี้อาจจะติดนิสัยชอบสอนมากเกินไปหน่อย เลยมองว่าทุกคนเป็นลูกศิษย์ไปหมด ไม่ไช่เรื่องเลย กร่างมากไปหน่อย

ขอเสนอให้ ปล่อยมันลอยไปซะ ไม่ต้องไปใส่ใจ คนชอบใส่เกือก ไม่ต้องสนหรอกค่ะ รำคาญใจป่าวๆ นิสัยไม่เหมือนผู้ชายเอาซะเลย
แวะมา   
Tue 26 Feb 2008 17:26 [2]

ขอบคุณพี่จัน กิ๊ก ออย
ที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น(แบบว่ามีพวก 555)
....
....

รู้สึกดีมากแล้วจ๊ะเพื่อน
ขอบใจนะที่มีคำดีมาช่วยให้เราโยนมันฝรั่งนั้นทิ้งไปได้
ดีใจที่สุด

ตอนนี้เหลือชิ้นสุดท้าย
ขอเม้นท์ทุกๆด้านจากหลายมุมมองหน่อย
แล้วจะไม่เก็บไว้เลยสักชิ้น สัญญาจ๊ะ
จูน   
Tue 26 Feb 2008 16:40 [1]




Post Comment






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn